เลขมงคลตามความเชื่อ

เลข 9

 

ความเชื่อของคนไทย
เลข 9 ตามความเชื่อของคนไทย ถือเป็นลขมงคล เพราะออกเสียงพ้องกับคำว่า “ก้าว” ที่มีความหมายว่า ก้าวหน้า ก้าวไกล หรือก้าวไปข้างหน้า อีกความเชื่อนึง เชื่อว่า เลข 9 หมายถึงการมีอายุยืน โดยในงานมงคลต่างๆ จะยึดเลข 9 เป็นหลักเวลานำมาใช้เป็นฤกษ์ยาม เช่น วันที่ 9 เดือน 9 เวลา 9.09 น.

 

ความเชื่อของคนจีน
เลข 9 ตามความเชื่อของคนจีน ถือเป็นเลขมงคล เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ เป็นเลขที่มีค่ามากที่สุด นอกจากนี้เลข 9 ของคนจีน ยังพ้องเสียงกับคำว่า “นาน ยาวนาน” ทำให้เลข 9 ของคนจีนนิยมมาโดยตลอดไม่น้อยกว่าไปคนไทยเลยครับ

 

ความเชื่อของคนญี่ปุ่น
เลข 9 ตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น ถือเป็นเลขไม่เป็นมงคล ซึ่งต่างจากคนไทยและคนจีน เนื่องจากเลข 9 ในภาษาญี่ปุ่นอ่านออกเสียงว่า “คุ” ซึ่งไปพ้องเสียงกับคำที่หมายถึง ความยากลำบากในภาษาญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นจึงถือว่าเลข 9 เป็นเลขที่ไม่ดี

 

เลข 8
ความเชื่อของคนไทย
เลข 8 ตามความเชื่อของคนไทย มีความหมาย 2 แบบ แบบแรกคือ เชื่อว่า เลข 8 เป็นเลขแห่งความร่ำรวย มีความหมายดี อีกแบบหนึ่งเลข 8 ในความเชื่อของคนไทยบางกลุ่มเชื่อว่า เป็นเลขไม่ดี เป็นเลขแห่งราหู หมายถึง การทะเลาะวิวาท ความเดือดร้อน

 

ความเชื่อของคนจีน
เลข 8 ตามความเชื่อของคนจีน ถือเป็นเลขมงคล โดยเฉพาะชาวจีนที่ทำการค้า จะชื่อชอบ เพราะเลข 8 ในภาษากวางตุ้งไปพ้องกับคำที่มีความหมายว่า ร่ำรวย มั่งมี โดยตั้งแต่เปิดประเทศมา ชาวจีนกวางตุ้งรุ่นแรกๆ ที่เริ่มมาทำการค้าจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง คนจีนในมณฑลอื่นๆ จึงถือเป็นแบบอย่างในการทำธุรกิจ และถือเลข 8 เป็นเลขมงคลตามอย่างคนกวางตุ้ง รวมทั้งยังหมายถึง 8 เซียน หรือโป๊ยเซียน ที่คอยดูแลปกป้องรักษา

 

ความเชื่อของคนญี่ปุ่น
เลข 8 ตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น ถือเป็นเลขมงคล เลข 8 ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียงว่า “ฮะจิ” ทำให้เกิดความเชื่อที่ว่า เป็นเลขแห่งความสมบูรณ์ ความสมดุล มีที่มาจากความเชื่อเรื่องศาสตร์แห่งความสมดุลของขงจื้อ รวมทั้งความเชื่อในนิกายเซ็นด้วย

 

เลข 7
ความเชื่อของคนไทย
เลข 7 ตามความเชื่อของคนไทย ถือเป็นเลขไม่เป็นมงคล มีคำกล่าวโบราณเป็นความเชื่อทางโหราศาสตร์ที่ว่า โทษทุกข์ ทายเสาร์ เลข 7 เป็นเลขแห่งความทุกข์ ความอมทุกข์

 

ความเชื่อของคนญี่ปุ่น
เลข 7 ตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น ถือว่าเป็นเลขมงคล เพราะเลข 7 คนญี่ปุ่นอ่านออกเสียงว่า “ชิจิ” และที่ประเทศญี่ปุ่นมีประเพณีกินสมุนไพร 7 ชนิด ซึ่งเชื่อกันว่า จะทำให้สุขภาพดีด้วย

 

ความเชื่อของคนยุโรป
เลข 7 ตามความเชื่อของคนยุโรป ถือว่าเป็นเลขมงคล เป็นเลขที่ให้โชคลาภ เป็นเลขศักดิ์สิทธิ์และมีอำนาจพิเศษ ยิ่งถ้าหากมีหลายๆ ตัวจะทำให้เกิดโชคดีมากขึ้นไปอีก นอกจากนั้น เลข 7 ยังเป็นเลขที่เกี่ยวข้องกับความรักตามแบบของฝรั่งอีกด้วย โดยเฉพาะกับทฤษฎี Seven year itch โดยมีเรื่องเล่ากันว่า หากใครที่เป็นแฟนกันแล้ว 7 ปี หากยังไม่แต่งงานใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน จะต้องมีเหตุให้เลิกรากันไป

 

เลข 6
ความเชื่อของคนไทย
เลข 6 ตามความเชื่อของคนไทยถือเป็นเลขไม่เป็นมงคล เนื่องจากเวลาออกเสียงแล้ว เสียงไม่เป็นมงคล คือ หมายถึง หก ตก ทำอะไรไม่ขึ้น ล้มไม่เป็นท่า

 

ความเชื่อของคนจีน
เลข 6 ตามความเชื่อของคนจีนถือเป็นเลขเป็นมงคล เป็นสัญลักษณ์ของความราบรื่น หนุ่มสาวคู่ใดที่จะแต่งงานมักเลือกวันที่มีเลข 6 เป็นวันมงคล เช่น วันที่ 6 หรือไม่ก็วันที่ 16 หรือวันที่ 26 เพื่อเป็นเคล็ดให้ชีวิตคู่อยู่ราบรื่นสมหวัง

 

ความเชื่อของคนยุโรป
เลข 6 ตามความเชื่อของฝรั่งถือเป็นเลขไม่เป็นมงคล ฝรั่ง ถือว่า เลข 6 เป็นเลขที่ไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นเลข 6 หรือเลข 666 เพราะเชื่อกันว่าเป็น “เลขอาถรรพณ์” จะทำให้เกิดนอกลู่นอกรอย เกิดความวิตถาร ประหลาดผิดเพี้ยน เป็นเลขซาตาน รวมทั้งเวลาออกเสียงแล้วไม่เป็นมงคล เพราะเลข 6 เมื่อออกเสียงแล้วจะไปพ้องกับคำว่า Sick เจ็บไข้ได้ป่วย

 

เลข 4
ความเชื่อของคนจีน
เลข 4 ตามความเชื่อของคนจีนถือเป็นเลขไม่เป็นมงคล คน จีนจะไม่ชอบเลข 4 เพราะออกเสียงคล้ายกับคำว่า “ตาย (ซี้)” ในภาษาจีน เลข 73 กับ เลข 84 ถือว่าเป็นเลขอัปมงคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ เพราะเชื่อกันว่า “ขงจื้อ” เสียชีวิตเมื่ออายุ 73 ปี และ “เมิ่งจื้อ” เสียชีวิตเมื่ออายุ 84 ปี เพราะว่าขนาดนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ยังไม่สามารถข้ามพ้นตัวเลขนี้ไปได้

 

ความเชื่อของคนญี่ปุ่น
เลข 4 ตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น ถือเป็นเลขไม่เป็นมงคล เนื่องจากในภาษาญี่ปุ่น 4 ออกเสียงเป็น “ชิ” ซึ่งความตายในภาษาญี่ปุ่นก็ออกเสียง “ชิ” เช่นเดียวกัน เรียกว่าออกเสียงคล้ายกันมาก

 

เลข 13
ความเชื่อของคนยุโรป
เลข 13 ตามความเชื่อของฝรั่ง ถือเป็นเลขไม่เป็นมงคล เป็นเลขไม่ดี หมายเลขห้องตามโรงแรมจะข้ามห้องหมายเลข 13 ไป โดยเฉพาะถ้าวันที่ 13 ตรงกับวันศุกร์ จะถือเป็นวันที่โชคร้ายที่สุด อาถรรพณ์ เลข 13 นั้น ชาวคริสต์เชื่อว่า เลข 13 เป็นเลขอัปมงคล เนื่องจากเป็นอาหารมือสุดท้ายของพระเยซูคริสต์ ที่เรียกกันว่า The last Supper มีสาวกร่วมโต๊ะพร้อมหน้ากันกับพระองค์รวม 13 คนและความเชื่อที่ว่า วันศุกร์เป็นวันโชคร้าย เพราะเป็นวันที่พระเยซูคริสต์ถูกตรึงกางเขน และเป็นวันที่ “อดัม” กับ “อีพ” ละเมิดกัดแอปเปิ้ลต้องห้ามของพระผู้เป็นเจ้าในสวนเอเด็น จนต้องถูกขับไล่ออกมา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *